เวอร์ชันเต็ม: [-- แสดงพระธรรมเทศนาในงานทอดกฐินที่สำนักสงฆ์สวนวาง --]

วัดแก่งกระจาน -> ค่ายและอบรมศีลธรรมทั่วไป -> แสดงพระธรรมเทศนาในงานทอดกฐินที่สำนักสงฆ์สวนวาง [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

watkaeng 26-10-2014 14:38

แสดงพระธรรมเทศนาในงานทอดกฐินที่สำนักสงฆ์สวนวาง

"พวกเธอต้องการแสวงหาสตรีหรือต้องการแสวงหาตนล่ะ"
นั่นเป็นคำตรัสแรกของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ตรัสแก่บรรดาภัททวัคคีย์ ๓๐ องค์ผู้เป็นราชโอรสของพระเจ้าโกศลและพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ทำให้ชีวิตของบรรดาเจ้าชายเหล่านั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ได้บวชในพระพุทธศาสนาถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตรจนผ้าเปื่อยมาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่วัดเชตวัน จนพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการทอดกฐิน
การทอดกฐินนั้นเป็นเรื่องของพระ ผ้า และความสามัคคี
การทอดกฐินนั้นเป็นบุญแปลกเพราะจำกัดหลายอย่างคือ...
1. จำกัดประเภททาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้
2. จำกัดเวลา คือ ต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป แรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
3. จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน
4. จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่สงฆ์กำหนดไว้
5. จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษา และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป ในจำนวน ๕ รูปนั้นต้องไม่ขาดพรรษา
6. จำกัดคราว คือ วัดๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น(จาก 1 เจ้าภาพ)
และที่สำคัญเป็นพระบรมพุทธานุญาตจากพระพุทธเจ้า


เรื่องราวของการออกพรรษา กฐิน ผ้า พระ และความสามัคคีเกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกไม่ออก ที่หลายคนไม่รู้ หรือไม่อยากรู้ เพราะเดี๋ยวนี้ไปเน้นเรื่องเงินมากเกินไปจนแข่งกันหากฐิน อย่างไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยที่มีกรอบอยู่แล้วคือ....
พระต้องอยู่จำพรรษาในวัดนั้นครบ ๕ รูป(คณะปูรณกะหรือปัญจวรรค) จะหาพระที่อื่นมาร่วมรับในคณะปูรณกะเพื่อรับกฐินไม่ได้(แต่มาร่วมอนุโมทนารับทานได้ มาเท่าไหร่ก็ได้ไม่ห้าม) ผ้าหรือเรียกร่วมๆ ว่ากฐินจะต้องได้มาด้วยความบริสุทธิ์....ดุจเลื่อนลอยมาโดยนภากาศคือ...." ไม่ใช่ได้มาเพราะการ ทำนิมิต พูดเลียงเคียง(หรือขอกฐินตรงๆ)ผ้าที่ขอยืมมาทอด ผ้าเป็นอาบัตินิสสัครีย์ปาจิตตีย์ ผ้าที่พระท่านสละแล้วทิ้งแล้วเพราะเป็นอาบัติ ผ้าที่มีขันธ์ต่ำกว่า ๕ ขันธ์ เช่น สบง ฯลฯ เป็นต้น........"
หากปฏิบัติได้อย่างเงื่อนไขตามกรอบพระวินัยแล้วอานิสงค์ย่อมเกิดมากมายทั้งผู้รับ(ปฏิคคาหก) ผู้ให้(ทายก)ผู้เป็นทานบดี ดั่งเช่นนายติณบาล ในสมัยพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ลงทุนเอาเสื้อผ้าตนเองไปขายนำเงินมาซื้อด้าย เข็มร่วมอนุโมทนาบุญกับเศรษฐีผู้เป็นนาย
..........................................................ใจความส่วนหนึ่งของการแสดงพระธรรมเทศนาในอานิสงค์กการทอดกฐินที่สำนักสงฆ์สวนวาง จ.พังงา
[attachment=10977]


[attachment=10978]

[attachment=10979]

ติดตามชมภาพเต็ม ๆ ๆได้หน้าเพจวัดแก่งกระจานจ้าโยม....

watkaeng 26-10-2014 14:41
ชีวิตบรรดาพวกภัททวัคคีย์ ๓๐ องค์นั้น ตามหาสตรีในไร้ฝ้ายหนึ่งนางที่เป็นหญิงโสเภณีลักเอาเครื่องประดับหนีไป ได้ไปพบกับพระพุทธเจ้าที่จะเสด็จไปสู่อุรุเวลาเสนานิคม แม้การผ่านทางมาแห่งจอมบัณฑิตในห้วงเวลาสั้น ๆ กับคำถามสั้น ๆ ว่า "พวกเธอต้องการตามสตรีหรือต้องการตามหาตนเองดี" กลับเปลี่ยนชีวิตภัททวัคคีย์ ๓๐ องค์ไปตลอดกาล จากชีวิตเดิม ๆ บนกองเงิน กองทอง เสพสุขไปวัน ๆ โดยมิได้ทำประโยชน์แก่สังคม โดยไม่รู้จักตนเอง ว่า ตนคือใคร เกิดมาทำไม อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ชีวิตควรจะได้รับ จนเมื่อได้พบพระพุทธเจ้า ยินยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างศรัทธาและเต็มใจ ก้าวเดินไปสู่ปัญญา บนเส้นทางสายใหม่ ที่ใจไม่เคยคิดนึกมาก่อน.....แม้เหมือนไร้ค่าในสายตาคนทั่วไปเพราะอยู่แบบปอน ๆ ไร้บ้าน(อนาคาริก) ไร้อนาคต(ในสายตาชาวโลก)แต่ข้างในกับผ่องใสด้วยอริยธรรมมีพระนิพพานเป็นที่ไปอย่างเดียว ซึ่งต่างกับชีวิตชาวโลก หรือชีวิตเดิมๆ แต่ก่อนว่า.... เหมือนมีอนาคต มีความสุข สำรวย เสพสุข มีหน้าที่การงาน เป็นเชื้อพระวงค์ แต่ปั้นปลาย ชาติหน้า กลับไม่พ้นห้วงกรรมในวัฎฎสงสาร........
นี่คือต้นเรื่องแห่งการอนุญาตกฐิน ชีวินหนึ่งในหลาย ๆ ชีวิตที่น่าศึกษา เอาเป็นตัวอย่าง เปลี่ยนไปในทางดีเพราะ ..........."พุทธธรม"

[attachment=10980]

[attachment=10981]

[attachment=10982]

[attachment=10983]

[attachment=10984]



เวอร์ชันเต็ม: [-- แสดงพระธรรมเทศนาในงานทอดกฐินที่สำนักสงฆ์สวนวาง --] [-- top --]


Powered by phpwind v8.7 Code ©2003-2011 phpwind
Time 0.024340 second(s),query:2 Gzip enabled